เครือข่ายซัพพลายเชนและดีลเลอร์ : การบีบบังคับและฝืนใจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ล่มสลายพบข้อมูลเชิงลึกระบุถึงการใช้**”อํานาจเหนือกว่า”** บีบบังคับกับห่วงโซ่ของบริษัทในเครือข่าย และดีลเลอร์ของตน (Supply Chain & Dealer ) ให้เข้าร่วมขบวนการ
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ มีการบีบบังคับคู่ค้าหรือดีลเลอร์หลายร้อยบริษัทให้มาสมัครสมาชิก ส.อ.ท.และกําชับว่าต้องให้ความร่วมมือ มิฉะนั้นอาจจะไม่ให้สิทธิ์หรือต่ออายุในการทําธุรกิจต่อไป โดยเสนอว่าจะ **”จ่ายเงินค่าสมาชิกให้ฟรี”** ** **เงื่อนไขแลกเปลี่ยน:** ต้องระบุชื่อบุคคลที่ถูกกําหนดไว้(นอมินี)ให้เป็นผู้แทนการใช้สิทธิ เพื่อคุมทิศทางคะแนนเสียงให้ตกอยู่กับกลุ่มอํานาจใดกลุ่มอํานาจหนึ่ง
หลักฐานการเงิน จากที่มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาจํานวนมาก จึงได้มีการตรวจพบ **”เส้นทางการเงิน”(Money Trail)** มีการเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการใหญ่ ซึ่งเกิดจากการสมคบคิดระหว่างคนใน ส.อ.ท.ที่รับผิดชอบการสมัครสมาชิกหรือดูแลฝ่ายทะเบียน กับบุคคลภายนอกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดใหญ่มาก มีอิทธิพลกว้างขวาง แบ่งหน้าที่การทํางานของแต่ละหน่วยงานอย่างเป็นระบบ วางแผนทํางานเป็นทีม เช่น หน่วยงานที่ดูแลดีลเลอร์ในเขตไหน ก็ทําหน้าที่เจรจาและบีบบังคับดีลเลอร์ในเขตนั้นเข้ามาเป็นสมาชิกให้ได้ส่วนการชําระค่าสมาชิก เป็นหน้าที่ของอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานปรากฏเป็นชื่อของพนักงานหลายคนหลายระดับที่ล้วนทํางานกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ ขององค์กร นั้น รวมถึงยังใช้บุคคลภายนอกที่เป็นเครือญาติกับพนักงานเข้ามาร่วมอีกด้วย ซึ่งหลักฐานต่างๆมัดแน่นเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงหลายคนน่าจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับปฎิบัติการซื้อเสียงครั้งนี้อย่างแน่นอน
หากว่าแผนผังเส้นทางการเงิน Money Trail นี้ ถูกตีแผ่ออกสู่สาธารณชน คงจะเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ของประเทศรวมทั้งสื่อต่างชาติอย่างแน่นอน น่าจะเป็นข่าวร้อนที่ช็อค!!สังคม ไม่แพ้กับข่าวการแฉกรณีเส้นทางการเงินของขบวนการสแกมเมอร์และแก๊งค์ฟอกเงินสีเทาที่ผ่านมา
เดิมพัน: ตําแหน่งประธาน ส.อ.ท. กับ ธรรมาภิบาลที่ดี
นี่คือศึกใหญ่ที่ต่างฝ่ายต่างมีเดิมพันที่สูงลิ่ว และมีความสุ่มเสี่ยงมาก เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่ท้าทายต่อภาพลักษณ์ที่ดี เกียรติภูมิ และความน่าเชื่อถือที่มีมาอย่างยาวนานของสภาอุตฯ หากปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้งถูกแทรกแซงด้วย การทุจริต การซื้อเสียงและ “สมาชิกนอมินี” องค์กรนี้อาจสูญเสียอํานาจการต่อรองกับภาครัฐและต่างชาติไปอย่างสิ้นเชิง
เดิมพันสําหรับคู่ท้าชิง ก็ไม่น้อยกว่ากัน ต่างฝ่ายต่างทุ่มเทอย่างสุดกําลัง มีการระดมใช้ทรัพยากรต่างๆทั้งเงิน คน และองคาพยพของตนเอง พร้อมจับมือร่วมกับเครือข่ายอิทธิพลของขั้วเก่าที่หมดอํานาจไปแล้ว หวังเพียงแค่ชัยชนะ และอํานาจ โดยไม่คํานึงว่าจะต้องแลกด้วย ชื่อเสียง เกียรติภูมิ และหลักธรรมาภิบาลที่ดี
ต้องเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะบานปลายไปถึงระดับใด แต่ที่แน่ๆคาดว่าการแข่งขันในการเลือกตั้งวันที่ 30 มีนาคมนี้ คงจะดุเดือดอย่างแน่นอน




