ผู้ถือหุ้น PCE ไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.08 บ./หุ้น ชูศักยภาพกำลังการผลิต B100 รายใหญ่ของไทย พร้อมร่วมส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยั่งยืน

ผู้ถือหุ้น บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) พร้อมใจโหวตอนุมัติจ่ายปันผลประจำปี 68 เป็นเงินสดในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 20 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร “พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล” ระบุ กลยุทธ์ธุรกิจปี 69 เดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ ชูศักยภาพกำลังการผลิต B100 รายใหญ่ของไทย รับความต้องการใช้น้ำมันดีเซลทางเลือก มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (มกราคม–ธันวาคม 2568) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 220 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ มุ่งขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อย่างต่อเนื่อง โดยโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟส 2 เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว ปัจจุบันสามารถรองรับผลปาล์มสดจากเกษตรกรได้สูงสุดรวม 150 ตันต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน

นอกจากนี้ บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด บริษัทในเครือ PCE เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ มีกำลังการผลิตไบโอดีเซลสูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 40 ล้านลิตรต่อเดือน เดินหน้าผลิตไบโอดีเซล B100 เต็มกำลังการผลิต รองรับนโยบายภาครัฐ ในการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และให้ B20 เป็นทางเลือก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับการลงทุนในประเทศ ล่าสุด บริษัทฯ ได้วางจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินในบรรจุภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “รินทิพย์” ใน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว รูปแบบขวดขนาด 1 ลิตร และมีกลุ่ม Modern Trade อื่น อาทิ CJ More กว่า 1,800 สาขาทั่วประเทศ รวมถึง ห้างสหไทย, Mother Marche, Super Cheap และช่องทางรถจำหน่ายเคลื่อนที่ (Cash Van) ในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

“ปี 2569 PCE พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ และด้วยบริษัทฯ มีโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจร ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และระบบขนส่ง ผ่านรถขนส่งน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และสินค้าทั่วไปกว่า 160 คัน พร้อมด้วยกองเรือขนส่งอีก 13 ลำ และยังมีคลังสินค้าและท่าเทียบเรือขนาด 500 ตันกรอส ในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บน้ำมันปาล์มและน้ำมันไบโอดีเซลรวมกว่า 240,000 ตัน PCE มุ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต” นายพรพิพัฒน์กล่าวในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *