บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิ 1.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 137.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักจากการเลี้ยงไก่เนื้อ 50.17 ล้านบาท
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการบริหารจัดการลดระยะเวลาพักเล้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยี Smart Farm ในธุรกิจเดิม และเตรียมรุกธุรกิจใหม่ “ฟาร์มไก่ไข่” ในช่วงปลายไตรมาส 3 ซึ่งตั้งเป้าสร้างสัดส่วนรายได้ปีแรกที่ 15% และพร้อมรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 4 เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ประกอบธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ ประเภทฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อให้กับคู่สัญญาในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 ว่ามีรายได้หลักจากการเลี้ยงไก่เนื้ออยู่ที่ 50.17 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงไก่เนื้อปรับลดลงมาอยู่ที่ 39.15 ล้านบาท หรือคิดเป็น 78.03% ของรายได้ ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสัดส่วน 83.14% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 0.75 ล้านบาท โดยสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับปัจจัยหนุนที่ทำให้ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ มาจากการบริหารจัดการลดระยะเวลาพักเล้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการลงเลี้ยงไก่เนื้อเพิ่มขึ้นถึง 29.50% ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการลดลงของต้นทุนซ่อมบำรุงโรงเรือน ค่าใช้จ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ และโบนัสพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ถึง 33.66% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมตามกำหนด ส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน
ในส่วนของแผนงานปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อโรงเรือน (Productivity per House) ด้วยเทคโนโลยี Smart Farm และ Data Analytics ควบคู่ไปกับการรุกธุรกิจใหม่ภายใต้แผน ยุทธศาสตร์ Jump+ โดยการขยายพอร์ตสู่ “ฟาร์มไก่ไข่” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเลี้ยงได้ในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 และพร้อมรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์สร้างสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่นี้ไว้ที่ 15% ในปีแรก และจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็น 40% ของรายได้รวมทั้งหมดภายในปี 2570
“ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคนในการยกระดับมาตรฐานฟาร์มสู่ระบบอัจฉริยะ สำหรับเป้าหมายในปี 2569 นี้ เรามีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลงทุนเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกท่าน” นายชูรัตน์ กล่าว




