“โกลเบล็ก” เปิดโผหุ้นคำนวณดัชนี SET50/SET100 รอบครึ่งปีหลัง 69

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway มองกรอบดัชนี 1,550-1,600 จุด

เหตุตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ และนักลงทุนยังคงจับตาความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด แม้มีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ขยายตัวและ S&P คงอันดับเครดิตไทยที่ระดับ BBB+ ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะจับจังหวะสะสมหุ้นที่ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 รอบครึ่งหลังของปี 2569

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ระดับ 1,550-1,600 จุด โดยปัจจัยที่ดัชนี   ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,600 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีปัจจัยบวกที่คอยพยุงดัชนี ได้แก่ แบบจำลอง GDPNow ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2/2569 จะขยายตัวถึง 3% เร่งตัวขึ้นจาก 1.6% ในไตรมาสแรก ขณะที่ในประเทศ S&P Global Ratings ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล รวมถึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวลดลง 3 วันติดต่อกัน ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยลบที่สร้างแรงกดดันต่อการลงทุนซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจาก FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายนนี้ และให้น้ำหนัก 20% ที่จะปรับขึ้นถึง 0.50% ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 7-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% สอดคล้องกับการคาดการณ์ พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางกำลังผลักดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะนี้ ปัจจัยในประเทศ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 24 มิ.ย. ตามด้วยการแถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท. และภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ก่อนปิดงวดงบการเงินไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 30 มิ.ย. และในช่วงสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) รวมถึงรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังและภูมิภาค

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีนในวันที่ 22 มิ.ย. พร้อมการรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นของอียู ถัดมาในวันที่ 23 มิ.ย. จะมีการรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของญี่ปุ่น อียู และสหรัฐฯ ปิดท้ายด้วยวันที่ 24 มิ.ย. สหรัฐฯ จะรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 1/2569 ยอดขายบ้านใหม่ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์ในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวผันผวนให้นักลงทุนเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศนำเข้าคำนวณในดัชนีรอบครึ่งหลังของปี 2569 โดยหุ้นที่แนะนำสำหรับการเก็งกำไรรับการปรับพอร์ตดัชนี ได้แก่ หุ้นที่เข้าคำนวณใน ดัชนี SET50 (BCP, MRDIYT, TFG, THAI) และ ดัชนี SET100 (MRDIYT, THAI, THCOM, WHAUP) ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามาลงทุน พร้อมทั้งแนะนำให้ระวังแรงขายจากการปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่นำออกจากการคำนวณในดัชนี SET50 (BTS, CBG, CENTEL, SAWAD) และ  SET 100 (JAS, JMART, SISB, SJWD)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *