SSP มาตามนัด! ครึ่งปีแรก 69 กำไรสุทธิฯ 325.1 ลบ. พุ่ง 44.8% ครึ่งปีหลังสดใส เปิดโรงไฟฟ้าขยะใหม่ 2 แห่ง เดินเครื่อง 24 ชม.ทยอย COD ดันพอร์ตทะยาน 2 เท่า ใน 3 ปี  

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) เปิดผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นฯ 325.1 ล้านบาท รายได้จากการขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์ม Leo 2 และ SPN ผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก repowering

ฟากบิ๊กบอส “วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์” ระบุ แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น เตรียมขายไฟโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 แห่งสิ้นปี และทยอย COD ต่อเนื่องทุกปี มั่นใจปี 71 เห็นปริมาณการผลิตไฟฟ้าเติบโตกว่าเท่าตัว

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ 325.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8% และมีกำไรหลักจากการดำเนินงาน 311.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ด้านรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.9% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ ประกอบด้วย การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่น การปรับปรุงประสิทธิภาพ (Repowering) ของโครงการโซลาร์ฟาร์ม SPN ในประเทศไทย

สำหรับช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทฯ เตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 MW ซึ่งมีจุดเด่นในการเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้มีปัจจัยกำลังการผลิต หรือ Capacity Factor ที่สูงกว่าโซลาร์ฟาร์ม และวินด์ฟาร์ม โดยคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/69 นับเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ และเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่ตั้งเป้ากระจายการลงทุนในรูปแบบพลังงานที่หลากหลาย ตลอดจนบริหารสัดส่วนการลงทุนทั้งในและนอกประเทศ เพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตฟอลิโอ 

ส่วนทิศทางการเติบโต SSP มีโครงการในมือที่เตรียมทยอย COD ต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้าอีกราว 300 MW สามารถรับรู้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดเข้ามาได้เต็มปี 2571 อีกกว่าเท่าตัว ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม โดยเป็นโครงการใหม่ทั้งในประเทศและรุกขยายไปยังประเทศใหม่อีก 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนและเปิดประมูลโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และประเทศไต้หวัน ที่มีความน่าสนใจจากราคาขายไฟที่มีความยืดหยุ่นสูง มีเอกชนที่ให้ความสนใจรับซื้อไฟฟ้าด้วยสัญญา CPPA ระยะยาว

“โอกาสในการลงทุนพลังงานหมุนเวียนยังมีอีกเป็นจำนวนมาก เราไม่ต้องการจำกัดการเติบโตของเราแค่เพียงในประเทศ อย่างเช่นในฟิลิปปินส์ ที่มีโครงการภายใต้ Green Energy Auction Program หรือ GEAP ซึ่งสนับสนุนการประมูลพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตไฟฟ้าทั่วโลก ส่วนในไทยเราก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการโซลาร์ชุมชนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมผลักดันออกมา ถือเป็นอีกชิ้นเค้กที่เราจะรวบรวมเพื่อขยายพอร์ตให้ไปสู่ 1,000 MW ได้ตามเป้าหมาย” นายวรุตม์ กล่าวในที่สุด

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *