สำนักงานส่วนกลางของกลุ่มบริษัททีพีซี ในประเทศไทย (TPC Thailand Office) เปิดกลยุทธ์ทางธุรกิจพร้อมเติบโตภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Well–being Economy: A New Role for Business Beyond Sustainability”
เผยแนวทางการลงทุนของกลุ่มที่มุ่งเชื่อมโยงการเติบโตทางธุรกิจเข้ากับการสร้างผลกระทบเชิงบวก และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ (Well–being Economy) ผ่าน 6 เสาหลักยุทธศาสตร์การลงทุน พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ การร่วมทุน และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าเชื่อมโยงไทยสู่เวทีโลกผ่าน AT ONE IMPACT WEEK เวทีเสวนาระดับภูมิภาคเชื่อมโยงผู้นำและองค์กรจากทั่วโลก เตรียมกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งระหว่างวันที่ 8–12 กันยายน 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์
นางสาวจรรย์จิรา พนิตพล ผู้อำนวยการสูงสุด สำนักงานส่วนกลางประเทศไทย บริษัท ทีพีซี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า TPC (Tsao Pao Chee: เชาว์ เป่า ฉี) เป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวรุ่นที่ 4 ที่มีรากฐานการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 120 ปี และมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมสำนักงานในสาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งสำนักงานส่วนกลางประเทศไทยทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย และเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact Investment) โดยมุ่งแสวงหาโอกาสการลงทุนผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ การร่วมทุน และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ กับองค์กรที่มีแนวทางสอดคล้องกับกลยุทธ์การปรับตัวสู่ยุคใหม่ และ 6 เสาหลักยุทธศาสตร์การลงทุนของ TPC (Six Investment Pillars) ซึ่งประกอบด้วย 1. สุขภาวะและการศึกษา (Well–being & Education) 2. สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ (Climate & Nature) 3. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) 4. ระบบอาหาร (Food Systems) 5. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ 6. การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต (Human Construct)
ทั้ง 6 เสาหลักมีความเชื่อมโยงกัน และเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและร่วมวางรากฐานสู่เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ (Well–being Economy) ซึ่งเป็นสภาวะที่ทุกชีวิตสามารถเติบโต และมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Flourishing) โดยมีความยั่งยืนเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ
โดย TPC เชื่อว่า บทบาทของภาคธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น การสร้างการเติบโตจึงไม่ควรมองเพียงผลตอบแทนทางการเงิน แต่ควรคำนึงถึงคุณค่าที่ธุรกิจและเงินทุนสามารถสร้างให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ดังนั้น TPC จึงกำลังมองหาโอกาสที่สามารถสร้าง ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงาน และสร้างผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งไปพร้อมกัน
ปักหมุดประเทศไทย เชื่อมรากฐานธุรกิจเดิมสู่โอกาสการลงทุนใหม่
TPC Thailand Office มีฐานธุรกิจที่ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทยูนิไทย (Unithai Group) ผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมทางทะเลที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 50 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ วิศวกรรมทางทะเล โลจิสติกส์ ท่าเรือ และโซลูชันด้านห่วงโซ่อุปทาน รวมถึง กลุ่มบริษัทออคเทฟ (OCTAVE) กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ ผลิตภัณฑ์ บริการ และองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี
TPC Thailand Office จึงมีบทบาทในการเชื่อมโยงรากฐานของธุรกิจอุตสาหกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เข้ากับการลงทุนและความร่วมมือในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงาน และสร้างผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ
จากประเทศไทยสู่เครือข่ายระดับโลก ผ่าน AT ONE IMPACT WEEK 2026
นอกเหนือจากการลงทุน TPC ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่าน AT ONE IMPACT WEEK แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงผู้นำ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และองค์กรจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด สร้างพันธมิตร และต่อยอดสู่การลงมือทำเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำเชื่อมสะพานระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก (East–West Leadership Bridge)
ในปี 2025 งาน AT ONE IMPACT WEEK มีผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คน จาก 61 องค์กร ดำเนินกิจกรรมในงานกว่า 200 กิจกรรม ซึ่งนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ 8 โครงการ และการรวมตัวของพันธมิตรระดับโลก 16 องค์กร ภายใต้ Impact Coalition for Planetary Well–being โดยหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญ คือ การก่อตั้ง Asia Ocean Fund มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน Regenerative Finance การฟื้นฟูระบบนิเวศ และนวัตกรรมด้าน Blue Economy ในเอเชีย
จากความสำเร็จดังกล่าว TPC จึงเตรียมจัดงาน AT ONE IMPACT WEEK 2026 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8–12 กันยายน 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมขยายรูปแบบสู่ “Forum & Festival” ที่ผสาน Forum, Lab และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วม โดยมีพันธมิตรระดับโลก อาทิ World Economic Forum, National Geographic, Temasek Foundation และ Global Compact Network Singapore (UNGC)




