FLE จ่อเข้าเทรด mai 1 ก.ย. ชูจุดแข็งบริหารจัดการน้ำครบวงจร รับโอกาส Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน

บมจ.ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง หรือ FLE หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 1 กันยายน 2569 มั่นใจได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังการเสนอขายหุ้น IPO ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก

ชูจุดแข็งการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบสูบน้ำและระบบระบายน้ำ พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง และขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน รองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของ Data Center ในประเทศไทย

นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 กันยายน 2569 หุ้น FLE จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบสูบน้ำขนาดใหญ่และระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรมาอย่างยาวนาน มีองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม บุคลากรที่มีประสบการณ์ รวมถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโครงการ ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร

ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของฐานเงินทุน เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

“FLE ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ แต่เราเป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ การติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญที่บริษัทฯ สะสมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และตัวผมอยู่ในธุรกิจบริหารจัดการน้ำกว่า 30 ปี ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและโอกาสในอนาคต เราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ FLE สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต” นายภาณุ กล่าว

สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุน FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การต่อยอดธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ชองบริษัทฯ ที่เริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/2568 โดยเป็นธุรกิจที่บริษัทฯ มองว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้แบบ Recurring Income โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับสัญญามาแล้วกว่า 7 ฉบับ ซึ่งบริษัทฯ มองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า และสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน เพิ่มเติมจากฐานลูกค้าและโครงการที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญอยู่เดิม เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว

FLE ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล Cloud และ AI โครงสร้างพื้นฐานของ Data Center มีความต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและ Cooling System ซึ่ง FLE สามารถนำองค์ความรู้ด้านระบบสูบน้ำและงานวิศวกรรมที่มีอยู่มาต่อยอด เพื่อเข้าถึงโครงการภาคเอกชนขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมในอนาคต

นอกจากนี้ ความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงความจำเป็นในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจของ FLE ในระยะยาว

ด้านนายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า มั่นใจว่า FLE จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้บริหารมายาวนานกว่า 30 ปี และด้วยจุดแข็งสำคัญของ FLE คือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ทางวิศวกรรม ประสบการณ์ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนความเข้าใจในการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละโครงการ

ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น Barrier to Entry ในธุรกิจ เพราะการแข่งขันของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง

โดยภายหลังการระดมทุน FLE เตรียมเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ทั้ง ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ การขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center

“ผมเชื่อว่าประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ FLE สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และวางรากฐานให้ FLE สามารถเติบโตไปพร้อมกับความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในระยะยาว” นายเสกสรรค์ กล่าว

นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ  บริษัทหลักทรัพย์  ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า มั่นใจว่าหุ้น FLE จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยการเสนอขายหุ้น IPO ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อพื้นฐานและศักยภาพของบริษัท รวมถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาว

จุดแข็งสำคัญของ FLE คือการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคเอกชน ประกอบกับบริษัทฯ มีประสบการณ์ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการนำเสนอโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโครงการ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม Smart Water Management หรือ SWM ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการปั๊มน้ำอัจฉริยะที่ช่วยติดตามการทำงานและการบำรุงรักษาอุปกรณ์แบบ Real-time ผ่านเทคโนโลยี Cloud IoT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ขณะเดียวกัน การต่อยอดธุรกิจไปสู่ ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำและการขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ และสร้างโอกาสในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้นในอนาคต จึงเชื่อว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ FLE มีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมขยายศักยภาพจากผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และ โอกาสการเติบโตจาก Data center ได้อย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *