STOCK MASTER News || สรุปข่าวเด่นประจำวัน ฉบับที่ 392 วันที่ 03 ก.ค. 2569
SUPALAI X TOA เปิดตัวนวัตกรรมถังบำบัดน้ำล้างสี (Eco-Paint Purifier) รายแรกในไทย ยกระดับ Green Ecosystem ชูผู้นำ Sustainable Real Estate Development
SUPALAI X TOA เปิดตัวนวัตกรรมถังบำบัดน้ำล้างสี (Eco-Paint Purifier) รายแรกในไทย ยกระดับ Green Ecosystem ชูผู้นำ Sustainable Real Estate Development
SVT ตอกย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีกผ่าน Vending Machine เมืองไทย ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Smart Retail เดินหน้าเปลี่ยนจากตู้ระบบเก่าสู่ตู้ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ยกระดับการบริหารจัดการและการบริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างโอกาสการขายที่หลากหลาย และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX มั่นใจทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังเดินหน้าตามแผน เตรียมลงนามขยายพอร์ตแบรนด์ใหม่ พร้อมเดินหน้าบริหาร Product Mix
PROEN ประเมินแนวโน้มครึ่งปีหลังกลุ่มธุรกิจให้บริการคลาวด์ภาครัฐโดดเด่น คาดปีนี้ทำรายได้กว่า 100 ล้าน จากฐานปีก่อนหน้ามีรายได้แค่ 5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ยังโตต่อเนื่อง เผยปีนี้เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง พลิกเกมส่ง “โปรเอ็น เทเลบิซ” รุกธุรกิจ Smart City ลดสัดส่วนการรับงานกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง มั่นใจปีหน้าผลงานพลิกฟื้นกลับมาสดใส
นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการลงทุนต่างประเทศในไตรมาส 3/2569 ภายใต้ทิศทางที่ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายในระยะทางข้างหน้า “Bumpy Road Ahead”
EMPIRE เพิ่มผลตอบแทนสินทรัพย์สูงสุดผ่านนวัตกรรมแบบบูรณาการ (Maximize Asset Yield through Integrated Innovation) เดินหน้ากลยุทธ์รายได้ประจำ (Recurring Income Strategy) อย่างเต็มรูปแบบ สอดรับกระแสเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากโมเดล “ขายขาด” สู่ “รายได้ต่อเนื่อง” ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจยุคปัจจุบัน พร้อมผนึก MEDIKA เสริมแกร่งธุรกิจ ควบคู่การบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มศักยภาพองค์กร รองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR ผู้นำด้าน Total HR Solutions ของประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง
บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทิศทางราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดัน จากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลาดยังให้น้ำหนักที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อเนื่องแล้ว ยังเริ่มจับตาความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเดินหน้าลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของเฟด ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ประเด็นที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่เต็มที่คือ แนวทางการดำเนินนโยบายของ Kevin Warsh ซึ่งมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การลดสภาพคล่อง หมายถึงการดึงเม็ดเงินบางส่วนออกจากระบบการเงิน ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับสูง หากเฟดเดินหน้าลดสภาพคล่องควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน นักลงทุนอาจทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินสดมากขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในระยะสั้นยังมีแนวโน้มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม แม้ภาพระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัด Downside ของราคาทองคำในระยะยาว ดังนั้นจึงมองว่าการอ่อนตัวในระยะนี้ควรติดตามการสร้างฐานราคาและสัญญาณการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด “ปัจจัยที่ต้องติดตามมากที่สุดในระยะนี้ คือ ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ สภาพคล่องในระบบการเงิน…
“ทรีนีตี้” ประเมินทิศทางการลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 ตลาดหุ้นโลกและหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงปลายของรอบขาขึ้น และมีโอกาสเดินหน้าสู่ “Final Push” ก่อนเผชิญจุดเปลี่ยนจากนโยบายการเงินของ Fed พร้อมแนะจับตา 4 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่มองหุ้นไทยยังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สภาพคล่องในประเทศ และปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง แม้ Fund Flow ต่างชาติอาจยังไม่กลับมาอย่างชัดเจน