ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปีบัญชี 69/70 (เม.ย.-มิ.ย. 69) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ยังมีความไม่แน่นอน
โดยบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 3,642.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 37.1% และมีกำไรสุทธิ 446.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.1% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ปรับตัวดีขึ้น
ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นฐานสำคัญสำหรับการเดินหน้าสร้าง “Quality Growth with Resilience” ควบคู่กับการขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพ การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการในระยะยาว โดยในปีบัญชี 69/70 (เม.ย. 69 – มี.ค. 70) บริษัทตั้งเป้าหมายรักษาระดับยอดขายที่ 13,800 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30 – 33% โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจหลักเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ดังนี้
ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต โดยแนวโน้มตลาดยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่ม HVAC Air Ducting System และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้แก่ Infrastructure ระบบทำความเย็น อุตสาหกรรมอาหารและยา และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น Aeroflex มุ่งเน้นการขยายตลาดในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกายังมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนใน Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Semiconductor และ Cloud ตลอดจนแนวโน้ม Reshoring ที่สนับสนุนการขยายกำลังการผลิตภายในประเทศ ในระยะถัดไปบริษัทจะมุ่งต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ขยายตลาดในกลุ่มที่มีศักยภาพ และบริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas ยกระดับความแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของตลาดยานยนต์ โดยยังคงมุ่งพัฒนาชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์น้ำหนักเบา (Lightweight Solutions) ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รองรับทั้งยานยนต์สันดาป (ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ภาพรวมเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากความต้องการจากลูกค้ากลุ่ม OEM โดยคำสั่งซื้อเริ่มทยอยกลับมาและแนวโน้มตลาดปรับตัวดีขึ้น สำหรับธุรกิจในประเทศออสเตรเลียเดินหน้าปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน



ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. ต่อยอดการเติบโตผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายเครือข่ายจัดจำหน่าย และเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในออสเตรเลีย นอกจากนี้ Aeroklas Automotive South Africa (Pty) Ltd. แอฟริกาใต้ ทยอยเพิ่มการผลิตตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น มุ่งยกระดับเสถียรภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อวางรากฐานสู่การดำเนินธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP รักษาความแข็งแกร่งและต่อยอดการเติบโตในตลาดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหาร โดย EPP มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการจัดหาวัตถุดิบและติดตามความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด รวมถึงบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตและรักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะเดียวกันมุ่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น มอก. GHP HACCP และ BRC เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า เสริมความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจร่วมทุนในไทย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานโดยรวมในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงความพร้อมของธุรกิจสามารถรองรับโอกาสทางการตลาด และความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสร้างผลกำไรได้ในระดับที่ดี แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ในระยะถัดไปบริษัทจะมุ่งรักษาคุณภาพของผลประกอบการด้วยการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย การใช้กำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงาน ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายตลาดในกลุ่มที่มีศักยภาพ เพื่อให้ธุรกิจมีความพร้อมในการคว้าโอกาสเมื่อเกิดขึ้น และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
“บริษัทมั่นใจว่าสามารถสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยธุรกิจที่มีศักยภาพจะเดินหน้าขยายและคว้าโอกาสใหม่ ๆ ขณะที่ธุรกิจที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวจะมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งปรับตัวอย่างยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละตลาด โดยเชื่อว่าด้วยความพร้อมของธุรกิจและการบริหารจัดการอย่างมีวินัย ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการสร้างการเติบโต และต่อยอดสู่ Quality Growth ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว” ดร.เฉลียว กล่าว




