บมจ. ฟลอยด์ (FLOYD) โชว์งบครึ่งแรกปี 2569 กวาดรายได้ 123.08 ล้านบาท กำไรขั้นต้น จำนวน 49 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโครงการใหญ่ ทยอยส่งมอบงานรับรู้รายได้เรียบร้อยแล้ว โดย FLOYD เดินหน้าปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายรอบด้าน พร้อมประมูลงานใหม่เติมพอร์ต ขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าวิกฤตสู่การสร้างรายได้ยั่งยืน
นายทศพร จิตตวีระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD เปิดเผยว่า สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการงานวิศวกรรมประกอบอาคาร จำนวน 123.08 ล้านบาท ลดลงจำนวน 235.45 ล้านบาท หรือคิดเป็น 65.67% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เกิดจากโครงการส่วนใหญ่ได้มีการดำเนินงานและทยอยส่งมอบงานแล้ว และมีกำไรขั้นต้น จำนวน 49.39 ล้านบาท โดยรายได้ที่เกิดขึ้นในงวด 6 เดือน ปี 2569 เป็นส่วนของงานโครงการที่ต่อเนื่องมาจากปี 2568 และงานเพิ่มเติมที่ได้รับสัญญาในปี 2569 โดยมีสัดส่วนรายได้ดังนี้ 1.กลุ่มงานอาคารสำนักงาน จำนวน 12.74 ล้านบาท คิดเป็น 10.35% 2.กลุ่มอาคารพักอาศัย จำนวน 58.10 ล้านบาท คิดเป็น 47.21% 3.กลุ่มห้างสรรพสินค้า จำนวน 12.20 ล้านบาท คิดเป็น 9.91% และ 4. กลุ่ม Data Center จำนวน 40.04 ล้านบาท คิดเป็น 32.53%
ขณะที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนบริการ สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2569 ได้ดีที่จำนวน 73.69 ล้านบาท ลดลงจำนวน 229.39 ล้านบาท หรือคิดเป็น 75.69% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน การลดลงของต้นทุนสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่จะเห็นได้ว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่สูงขึ้น เนื่องจากมีการทยอยส่งมอบผลงานใน 6 เดือนแรก ปี 2569 การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำกำไรได้สูง ส่งผลให้มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งอัตรากำไรในแต่ละโครงการมีปัจจัยมาจากการแข่งขัน ของระยะเวลา และต้นทุนบริการ ดังนั้นบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน ตั้งแต่การรับงาน การจัดทำงบประมาณต้นทุน การวางแผนการสั่งซื้อ และการว่าจ้างผู้รับเหมา ไปจนถึงการส่งมอบงานที่มีคุณภาพและตรงตามเวลาที่กำหนด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีโครงการอยู่ระหว่างดำเนินงานและรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 817.41 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการประมูลงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย โดยสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าหลักเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มอาคารพาณิชยกรรม อาทิ ห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน 2) กลุ่มอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Center) 3) กลุ่มอาคารพักอาศัย โรงแรม และ 4) กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและงานภาครัฐ
จากการประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน งานก่อสร้างโดยภาครัฐต้องรับมือกับแรงกดดันที่มาจากการลดลงของวงเงินงบประมาณลงทุนในปีนี้ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนภาคเอกชนการก่อสร้างยังคงชะลอตัว ขณะเดียวกันการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ก็มีแนวโน้มทรงตัว สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ผู้ประกอบการต้องเลือกงานที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้รวดเร็ว พร้อมกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กลยุทธ์เหล่านี้รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาศักยภาพ ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรในการประมูลงานที่หลากหลาย การเน้นการบริหารงานสะสม (Backlog) ให้มีแผนปฏิบัติที่ดี ส่งมอบงานตรงเวลาและสามารถเบิกจ่ายค่างวดได้ตามกำหนด การควบคุมต้นทุนก่อสร้างโดยพิจารณาการใช้แรงงานให้สอดคล้องกับแผน พร้อมกับใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การเสริมสร้างความน่าเชื่อถือด้วยผลงานคุณภาพตามมาตรฐาน และการสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ยังควรมุ่งเน้นลดการปล่อยของเสียเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าสูงสุด
“ก้าวต่อไปของ FLOYD ในครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ในการดำเนินธุรกิจให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาลและระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ และ Data Center โดยเริ่มตั้งแต่จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ให้คำปรึกษา ออกแบบ วางระบบ และติดตั้งอุปกรณ์ภายในอาคาร โดยมุ่งเน้นเร่งปรับกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารจัดการ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อรับมือกับสภาวะความท้าทายของอุตสาหกรรม ครึ่งปีหลังพร้อมไปต่อ ลุยประมูลงานใหม่ ตุน Backlog แน่นเต็มประสิทธิภาพการรับงาน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายทศพร กล่าวทิ้งท้าย




